สารเสพติด คือ สิ่งที่เข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะด้วยการรับประทาน การสูบ การฉีด หรือการดม แล้วทำให้เกิดความต้องการที่จะได้รับสิ่งนั้นอีก โดยต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ และส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ สารเสพติดที่พบเห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวัน เช่น บุหรี่ สุรา
1. สาเหตุการติดสารเสพติด
=> ถูกหลอกลวงหรือถูกชักชวนจากผู้อื่น
=> มีความเชื่ออำนาจในตนน้อย
=> มีการให้เหตุผลในสิ่งที่ถูกต้องน้อย
=> การอยู่ในสภาพสังคมที่เสื่อมโทรมหรืออยู่ในกลุ่มคนที่เสพสารเสพติด
=> ความอยากรู้ อยากลอง
=> มีลักษณะมุ่งอนาคตและควบคุมตนเองน้อย
=> มีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จน้อย
=> การเลียนแบบพฤติกรรมคนในครอบครัวหรือคนที่ตนเองชื่นชอบ เช่นนักแสดง นักร้อง
2. สารเสพติดที่เป็นปัญหาสำคัญ
2.1 บุหรี่
บุหรี่ เป็นสารเสพติดที่มีอันตรายต่อสุขภาพทั้งผู้สูบและผู้ใกล้ชิด ในบุหรี่ประกอบด้วยสารพิษ ได้แก่ ไซยาไนด์ นิโคติน ทาร์หรือน้ำมันดิน รวมไปถึงในควันบุรี่จะมีแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์เมื่อสูบหรือสูดดมควันบุหรี่เข้าไปในร่างกายจะทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ
โทษและอันตรายของบุหรี่
=> มีกลิ่นปากและเสียบุคลิก
=> เมื่อสูบบุหรี่เป็นเวลานานจะทำให้เป็นโรคมะเร็งปอด
=> เป็นโรคหลอดลมอักเสบเรื้อรังและโรคถุงลมโป่งพอง
=> สารพิษจากบุหรี่จะไปรวมกับสารอื่นในเลือด ทำให้ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดเกิดโรคหัวใจขาดเลือด
=>ในหญิงมีครรภ์มีโอกาสแท้งสูงและเมื่อคลอดออกมาจะทำให้ทารกตัวเล็กกว่าปกติหรือมีความพิการตั้งแต่กำเนิด
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของบุหรี่
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของบุหรี่ สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้
=> ไม่อยู่ใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่
=> ไม่ทดลองสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด
=> ฝึกตนเองให้มีความเชื่ออำนาจในตน เชื่อว่าตนเองสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ไม่เชื่อว่าบุหรี่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้
=> ฝึกตนเองให้มีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จโดยไม่ต้องใช้บุหรี่ช่วย
=> ฝึกตนเองให้มีการมุ่งอนาคตให้มาก และควบคุมตนเองไม่ให้สูบบุหรี่
=> เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่กับทางโรงเรียนหรือชุมชน
=> ฝึกตนเองให้ใช้เหตุผลในการพิจารณาสิ่งต่างๆให้มากขึ้น เช่น การสูบบุหรี่ ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้
=> ขอร้องบุคคลที่ใกล้ชิดให้เลิกสูบบุหรี่
2.2 เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน ได้แก่ สุรา เบียร์ ไวน์ ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ
โทษและอันตรายของเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
=> ถ้าดื่มเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดโรคพิษสุราเรื้อรัง และโรคตับแข็ง
=> ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรงเกิดอาการหัวใจวายได้ง่าย
=> ทำให้กระเพาะอาหารอักเสบและเกิดเลือดออกในกระเพาะอาหาร
=> เกิดอุบัติเหตุ หรือการทะเลาะวิวาท เพราะไม่สามารถควบคุมสติและพฤติกรรมของตนเองได้ส่งผลเสียต่อตนเองบุคคลอื่นและสังคม
=> ทำให้หูอื้อ ตาลาย มีกลิ่นตัวแรงเป็นที่น่ารังเกียจของผู้อื่นเสียบุคลิกภาพ
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้
=> หลีกเลี่ยงไม่อยู่ใกล้ชิดกับบุคคลที่ดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
=> ไม่ทดลองดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
=> ฝึกตนเองให้มีความเชื่ออำนาจในตน เชื่อว่าตนเองสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้
=> ไม่เชื่อว่าแอลกอฮอล์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้
=> ฝึกตนเองให้มีการมุ่งอนาคตให้มาก และควบคุมตนเองไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์
=> เข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์กับทางโรงเรียนหรือชุมชน
=> ฝึกตนเองให้มีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จโดยไม่ต้องใช้แอลกอฮอล์ช่วย
=> ฝึกตนเองให้ใช้เหตุผลในการพิจารณาสิ่งต่างๆให้มากขึ้น เช่น การใช้แอลกอฮอล์ไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้
=> รีบปฏิเสธทันทีเมื่อมีผู้ชักชวนให้ดื่ม
=>ขอร้องบุคคลใกล้ชิดให้เลิกดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์
2.3 ยาบ้า
ยาบ้า เป็นสารเสพติดที่มีสารแอมเฟตามีนเป็นส่วนประกอบซึ่งเป็นสารเสพติดที่มีอันตรายอย่างร้ายแรง และเป็นสารผิดกฎหมาย ยาบ้ามีลักษณะเป็นเม็ดกลมแบน มีหลากสี โดยมากมักจะเป็นสีส้มหรือสีเขียว
โทษและอันตรายของยาบ้า
ยาบ้ามีสารแอมเฟตามีนซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว ในระยะแรกจะทำให้ร่างกายตื่นตัว หัวใจเต้นเร็วและแรงใจสั่น แต่เมื่อหมดฤทธิ์ยาจะมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ คิดช้า ตัดสินใจช้า หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะเกิดอาการ ประสาทหลอน หวาดระแวง คลุ้มคลั่ง เห็นภาพลวงตา เสียสติในการควบคุมตนเอง ซึ่งอาจถึงขั้นทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น หากได้รับใน
ปริมาณมากจะทำให้ช็อก หมดสติ และเสียชีวิตได้
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของยาบ้า
1. ไม่หลงเชื่อคำชักชวน ไม่รับสิ่งของ ขนม หรือของกินจากคนแปลกหน้า
2. คบเพื่อนที่ดี ชักชวนกันทำแต่สิ่งดี ๆ และคอยตักเตือน ห้ามปรามเมื่อเพื่อนทำสิ่งไม่ดี ไม่คบเพื่อนที่เสพสารเสพติด หรือมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเสพสารเสพติด
3. ใช้เวลาว่างในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
4. ฝึกตนเองให้มีความเชื่ออำนาจในตน เชื่อว่าตนเองสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ไม่เชื่อว่ายาบ้าสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้
5. ฝึกตนเองให้มีการมุ่งอนาคตให้มาก และควบคุมตนเองสร้างแรงจูงใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จ
3. สารอันตรายใกล้ตัว
ในชีวิตประจำวันมีสารอันตรายต่าง ๆ มากมายที่อยู่ใกล้ตัวเราการสัมผัสหรือได้รับสารอันตรายจะทำให้สุขภาพร่างกายอ่อนแอ ทรุดโทรม เกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย สารอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวเรา มีดังนี้
3.1 กาเฟอีน
เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน เมื่อดื่มเข้าไปจะไปกระตุ้นประสาท ทำให้ร่างกายตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า หัวใจเต้นเร็วขึ้นหากได้รับในปริมาณมากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกาย เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน เช่น กาแฟ โอเลี้ยง ชา น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง
การดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำทำให้ฟันผุและเป็นโรคอ้วน เนื่องจากมีน้ำตาลสูง
โทษและอันตรายของกาเฟอีน
=> หากได้รับในปริมาณมาก จะทำให้ มือสั่น ใจสั่น นอนไม่หลับ
=> เมื่อติดแล้ว หากไม่ได้ดื่มจะรู้สึกเหนื่อยล้าไม่กระตือรือร้น
=> กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย ทำให้กระเพาะอาหารระคายเคืองเกิดโรคแผลในกระเพาะอาหาร
=> ในหญิงมีครรภ์ จะทำให้ทารกเจริญเติบโตผิดปกติ สมองพัฒนาช้า
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของกาเฟอีน
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของกาเฟอีน สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้
=> ฝึกตนเองให้มีความเชื่ออำนาจในตน เชื่อว่าตนเองสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องใช้กาเฟอีน
=> หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน เช่นเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำอัดลม ชา กาแฟ
=> หาความรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายของกาเฟอีน
=> ฝึกตนเองให้มีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จโดยไม่ต้องใช้กาเฟอีนช่วย
=> ฝึกตนเองให้มีการมุ่งอนาคตให้มาก และควบคุมตนเองไม่ให้ใช้กาเฟอีน
=> ไม่ดื่มชา กาแฟ โอเลี้ยง หรือเครื่องดื่มชูกำลังของผู้ปกครองหรือซื้อมาดื่มเอง
=> หลีกเลี่ยงการรับประทาน ไอศกรีม เค้ก หรือ ลูกอมที่มีรสชาหรือกาแฟ
=> ฝึกตนเองให้ใช้เหตุผลในการพิจารณาสิ่งต่างๆให้มากขึ้น เช่น การใช้กาเฟอีนไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้
3.2 สารระเหย
สารระเหยเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น ทินเนอร์ แล็กเกอร์ สีสเปรย์ น้ำยาล้างเจ็บ กาวยางน้ำ ในสารระเหยมีสารพิษที่เป็นอันตรายมาก คือ สารโทลูอีน เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะทำให้
ระบบการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ผิดปกติ สาเหตุการติดสารระเหยเกิดจากการอยู่ใกล้ชิดหรืออยู่ในสถานที่ที่มีสารระเหย หรือเกิดจากการถูกชักชวนโดยเพื่อนและคนรู้จักเพื่อความสนุกสนาน เมื่อเสพแล้วจะทำให้ติดจนเลิกไม่ได้
โทษและอันตรายของสารระเหย
=> ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ เสื่อมสมรรถภาพ
=> มึนงง เวียนศีรษะ ตาลาย เหม่อลอย
=> ระคายเคืองเยื่อบุในปากและจมูก
=> เยื่อหุ้มปอดอักเสบ
=> ร่างกาย ทรุดโทรม เสียบุคลิกภาพ
=> เพื่อนๆและสังคมรังเกียจ
=> ความจำเสื่อม สมองฝ่อ
=> เม็ดเลือดจาง ไตพิการ
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของสารระเหย
การป้องกันตนเองจากโทษและอันตรายของสารระเหย สามารถปฏิบัติได้ ดังนี้
=> ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับโทษและอันตรายของสารระเหย
=> ระมัดระวังอย่าให้สารระเหยเข้าสู่ร่างกาย ทั้งจากการหายใจหรือทางผิวหนัง
=> ฝึกตนเองให้มีความเชื่ออำนาจในตน เชื่อว่าตนเองสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องใช้สารระเหย
=> คบเพื่อนที่ดีไม่ชักชวนไปทำในสิ่งที่ผิด
=> ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เช่น เล่นกีฬา และเล่นดนตรี กับเพื่อน
=> ฝึกตนเองให้มีการมุ่งอนาคตให้มากและควบคุมตนเองไม่ให้ใช้สารระเหย
=>เมื่อต้องทำงานที่เกี่ยวกับสารระเหย ควรสวมหน้ากากหรือผ้าปิดปากและจมูก
=> ฝึกตนเองให้มีแรงจูงใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้สำเร็จโดยไม่ต้องใช้สารระเหยช่วย
=> ฝึกตนเองให้มีเหตุผลในการพิจารณาสิ่งต่าง ๆ ให้มากขึ้น เช่น การใช้สารระเหยไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาได้
=> เมื่อต้องใช้สารระเหยควรอยู่เหนือลมในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
3.3 สารเคมีใกล้ตัว
สารเคมีพบในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้าน เช่น ยาฆ่าแมลง ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาดต่าง ๆ เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีอยู่รอบตัวเราในชีวิตประจำวันสารเคมีอันตรายในบ้านหากสัมผัส สูดดม หรือเข้าสู่ร่างกาย จะเป็นอันตรายอย่างมาก
โทษและอันตรายของสารเคมีใกล้ตัว
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีอย่างไม่ถูกวิธี จะทำให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นได้ เช่น การสูดดมกลิ่นของยาฆ่าแมลง ทำให้วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน การโดนน้ำยาล้างห้องน้ำหกใส่ผิวหนัง จะทำให้เกิดรอยแดงไหม้ ผิวหนังแสบร้อน เกิดอาการแพ้และหากสารเคมีเข้าสู่ร่างกายอาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้
การป้องกันโทษและอันตรายของสารเคมีใกล้ตัว
สวมถุงมือยางเมื่อต้องหยิบจับผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดทุกครั้งหลัง
หยิบจับผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีหลีกเลี้ยงการอยู่ในบริเวณที่มีการฉีดพ่นยาฆ่าแมลง แต่หากมีความจำเป็น ต้องสวมหน้ากากและอุปกรณ์ป้องกันก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณนั้น